ปรัชญาของ BTS เรื่องการเคารพในความหลากหลาย ซ้อนทับกับปรัชญาของศิลปะร่วมสมัยอย่างแท้จริง

BTS

“ปรัชญาของ BTS เรื่องการเคารพในความหลากหลาย ซ้อนทับกับปรัชญาของศิลปะร่วมสมัยอย่างแท้จริง”

บีทีเอสเปิดตัวโครงการนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย CONNECT บีทีเอส ที่แกลเลอรี่ระดับโลก Serpentine Galleries ในลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก่อนปล่อยอัลบั้มใหม่ MAP OF THE SOUL : 7 โครงการนิทรรศการนี้ นำเสนอผลงานศิลปะร่วมสมัย ศิลปินกว่า 22 คนมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์และจัดแสดงผลงานใน 5 เมืองใหญ่ทั่วโลก ได้แก่ ลอนดอน อังกฤษ เบอร์ลิน เยอรมนี บัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา โซล เกาหลีใต้ และนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

Project CONNECT บีทีเอสเข้าร่วมโดยภัณฑารักษ์ที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกเพื่อดูแลนิทรรศการในแต่ละประเทศ: Ben Vickers และ Kay Watson ในลอนดอน, Stephanie Rosenthal และ Noémie Solomon ในเบอร์ลิน, Thomas Arnold ในนิวยอร์ก สำหรับผู้วางแผนและหัวหน้างาน ได้ Mr. Lee Dae hyung ผู้กำกับศิลป์จาก Korea อดีตผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Korean Pavillion ที่งาน Venice Biennale International Festival of Contemporary Arts ประจำปี 2017 รับผิดชอบ

ต่อไปเป็นบทสัมภาษณ์กับนายอีแดฮยอง

  • BTS โคจรมาพบกับศิลปะร่วมสมัย อธิบายโปรเจคนี้ให้ทราบหน่อยสิคะ

‘CONNECT’ เป็นเพียงคำสั้นๆ แต่ในคำที่ทรงพลังนี้ประกอบด้วยความหมายมากมาย มันคือโครงสร้างที่ศิลปินและภัณฑารักษ์ผู้เข้าใจและสนับสนุนในแนวคิดที่ BST เน้นย้ำผ่านเพลง ได้ต่อเชื่อมการจัดแสดงแต่ละแห่งตามหัวเมืองทั่วโลกเข้าด้วยกัน

โปรเจคนี้ไม่ใช่โปรเจคที่ BTS ทำงานศิลปะร่วมสมัย หรือศิลปินจัดแสดงผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก BTS แต่ BTS คือแกนกลางของแผนงาน, เป็นผู้วางโครงร่างของงาน และสนับสนุนศิลปินและภัณฑารักษ์ผู้มาร่วมจัดแสดงผลงาน

  • แนวคิดของ BTS ที่เหล่าศิลปินเข้าใจหมายถึงสิ่งใด?

พวกเราอยู่ในสังคมที่เชื่อมต่อกับผู้คนอื่นได้เพียงกระดิกนิ้ว แต่ที่น่าตลกคือทั้งๆ ที่สามารถติดต่อกันได้ง่ายขนาดนี้ เรากลับรู้สึกโดดเดี่ยว ความขัดแย้งและความโหดร้ายก่อตัวขึ้นอย่างน่ากลัว เพราะคนเรารู้สึกถึงความแบ่งแยก และถูกแบ่งแยก เราคาดหวังว่าศตวรรษที่ 20 แห่งสงครามและการเป็นปรปักษ์จะยุติลง และทุกอย่างจะดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 กลับกันมันกลับเลวร้ายลงในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย่งระหว่างประเทศ, การล่มสลายของกลุ่มสังคม… นี่คือยุคที่ความแตกต่างหายไปอย่างแท้จริง

“ทุกชีวิตล้วนสำคัญ​” ปรัชญาเรียบง่ายที่ BTS พร่ำบอกเสมอผ่านบนเพลง “เพราะเหตุใด? ก็เพราะเราแตกต่าง” จากจุดนี้เองที่ศิลปินและภัณฑารักษ์ให้การสนับสนุน และความรู้สึกร่วมกันเริ่มก่อตัว มนุษย์คือปัจเจกบุคคล แต่ในขณะเดียวกันมนุษย์ต่างก็เป็นสัตว์สังคม มนุษย์จะอยู่รอดก็ต่อเมื่อพึ่งพาอาศัยกัน, เชื่อมต่อกัน และรวมผนึกกำลังเข้าด้วยกัน หากแต่สายสัมพันธ์นี้กับพังทลายลง

คนเราจะเข้าใจโลกใบนี้ทั้งหมดทั้งมวลเพียงมองเห็น, ฟังเสียง และดมกลิ่น ได้อย่างไร เราจะเข้าใจได้ก็ต่อเมื่อเปิดประสาทสัมผัสต่างๆ สร้างพลังที่จะเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน มิใช่ปฏิเสธและผลักไสไล่ส่งกันเพราะแตกต่าง และปรัชญาของ BTS ได้แสดงให้เห็นถึงสิ่งเหล่านั้นแล้ว

ARMY คือคำตอบของคำถามเกี่ยวกับมนุษย์และสังคมที่ BTS พูดถึง คือสัญลักษณ์ของผนึกกำลังเชิงบวก ARMY ผู้มิได้โอบกอดเพียง ‘พวกเรา’ แต่โอบกอดใครๆ ก็ตาม ขยายเส้นพรมแดนให้กว้างขึ้น และเบิกเส้นขอบฟ้าเส้นใหม่ บทบาทของเหล่าศิลปินก็เช่นเดียวกัน และนั่นทำให้เกิดการคาบเกี่ยวกับอาณาเขตของศิลปะร่วมสมัยอย่างพอดิบพอดีนั่นเอง

กลไกของการผนึกกำลังที่ก้าวข้ามพรมแดน คือสิ่งที่ทำให้เราหวนนึกถึงบทบาทของอนาคต และบทบาททางสังคมของศิลปะ

‘การโคจรมาพบกันระหว่างบทเพลงและศิลปะร่วมสมัย’ คือหัวข้อสุดอลังการ

ถ้าอธิบายเกี่ยวกับโปรเจค ก็จะเข้าใจได้ในทันที แต่ผมไม่ได้อยากคลายปมเพียงนำงานศิลปะมารวมกับบทเพลง ดังนั้นแต่ละสิ่งจึงนำบริบทของกันและกันมาใช้ เช่น ศิลปะใช้บริบทของบทเพลง และบทเพลงใช้บริบทของศิลปะ

ท้ายที่สุดแล้ว บทเพลงคือเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ปุถุชน และศิลปะชั้นสูง (วิจิตรศิลป์) คือการก้าวข้ามข้อจำกัดของภาษา แม้ตลอดมาจะมีการพยายามเผยแพร่ศิลปะ แต่ก็ยังคงมีข้อจำกัด แถลงการณ์เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาคือเงื่อนไขที่ยังมีผล อิทธิผลที่ไปถึงผู้คนเองก็น้อยลงทุกที

ในแง่นั้น พลังบวกของ BTS เช่น ศักยภาพที่สร้างผนึกกำลังที่ก้าวข้ามพรมแดน กลไกในบริบทนั้นคือสิ่งที่ทำให้เราหวนระลึกถึงบทบาทของอนาคตและบทบาททางสังคมของงานศิลปะ

BTS เผยผ่านวิดีโอข้อความที่เปิดเผยในงาน CONNECT, BTS เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา “พวกเรามาจากพื้นเพวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน, ใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน และพูดคุยกันคนละภาษา ศิลปะร่วมสมัยและบทเพลงก็เป็นโลกอีกโลกหนึ่ง โปรเจคนี้เป็นโปรเจคที่มีความหมายสุดพิเศษต่อพวกเรา เพราะเป็นการนำเสนอความแตกต่างอย่างถ่องแท้ และเป็นการส่งผ่านถ้อยความเชิงบวกที่พวกเราร่วมสร้างสรรค์ให้โลกได้รับรู้”

ศิลปินกลุ่ม BTS เอาชนะใจแฟนๆ ทั่วโลกในฐานะเพอร์ฟอร์เมอร์ผู้เพรียบพร้อมด้วยความสามารถ พวกเขามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองขึ้นหลายครั้งหลายครา บางเมมเบอร์เองก็เป็นผู้แต่งผลงานโซโล่ของตัวเอง ในขณะที่ใช้แอคเคาต์โซเชียลมีเดียร่วมกันที่มีผู้ติดตามมากมาย อัลบั้มต่อไปของพวกเขาอย่าง “BE” จุดประกายความสนใจที่แฟนๆ พิธีจบการศึกษาเสมือนจริงนี้จัดขึ้นเพื่อนักเรียนนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาปีนี้แต่ไม่มีโอกาสเข้าร่วมพิธีสำเร็จการศึกษาเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ต่อไปจะเป็นบทสุนทรพจน์ของเมมเบอร์ BTS